Black Ribbon

กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง' คาดกำไรเพิ่มจากปีก่อน อานิสงส์ 'เร่งกักตุน-ปรับราคาขาย' ไตรมาส 2

02 กรกฎาคม 2569
กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง' คาดกำไรเพิ่มจากปีก่อน อานิสงส์ 'เร่งกักตุน-ปรับราคาขาย' ไตรมาส 2
"นักวิเคราะห์" คาดการณ์ทิศทางกำไร “กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน” ไตรมาส 2 แม้จะชะลอตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ยังเติบโตได้ดีเมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนจากการเร่งกักตุนสินค้าของผู้บริโภคช่วงต้นไตรมาส ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากอากาศร้อน รวมถึงการปรับราคาขายจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นช่วยเสริมมาร์จิน

นางสาวสุทธาทิพย์ พีรทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาดการณ์กำไรสุทธิในหุ้น “กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน” ในไตรมาส 2 อาจลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ที่เป็นช่วง “ไฮซีซัน” โดยลูกค้าหลักของกลุ่มซึ่งเป็นเกษตรกรจะนิยมจับจ่ายใช้สอยหรือปรับปรุงซ่อมแซมบ้านในช่วงนี้ หลังมีรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรช่วงปลายปี 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน คาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มจะยังคงเติบโต สอดคล้องยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เพิ่มขึ้น จากสภาพอากาศที่ร้อนทำให้ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม แอร์ และตู้เย็นเติบโต รวมถึงการที่ปีนี้มีฝนน้อยกว่าปีที่ผ่านมาก็มีส่วนช่วยหนุนกิจกรรมก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น

ด้านความต้องการซื้อหรือดีมานด์ฝั่งผู้บริโภคในช่วงต้นไตรมาส 2 มีการเร่งจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ เช่น ราคาเหล็กและพลาสติกที่เพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมัน ส่วนฝั่งผู้ผลิตคาดว่าจะได้แรงหนุนจากอัตรากำไรหรือมาร์จินที่เพิ่มขึ้น จากการปรับเพิ่มราคาสินค้าและสต็อกสินค้าต้นทุนต่ำ

มองไปข้างหน้า ผลประกอบการของธุรกิจในช่วง "ครึ่งปีหลัง" คาดว่าจะต่ำกว่าครึ่งปีแรกจากดีมานด์ที่ชะลอลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน รวมถึงราคาเหล็กและพลาสติกที่ลดลงหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มผ่อนคลาย  

แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนทิศทางของกลุ่มยังเป็นไปในเชิงบวก ด้วยปีนี้หลายธุรกิจมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME

ด้านนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.หยวนต้า กล่าวว่า รายได้ของธุรกิจ “กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน” ในไตรมาส 2 คาดว่าจะลดลงจากไตรมาส 1 จากปัจจัยฤดูกาล แต่จะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนจากมาร์จินเพิ่มขึ้น หลังการปรับราคาขายสินค้าและสต็อกต้นทุนต่ำ

ดีมานด์ในช่วงเดือน เม.ย. 2569 ถือว่าเติบโตได้ค่อนข้างดี จากการเร่งกักตุนสินค้า ก่อนที่จะกลับมาชะลอลงในช่วงเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ที่เริ่มมีฝนตกมากขึ้น ทำให้โครงการต่าง ๆ ชะลอการใช้วัสดุก่อสร้างลง

ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นคาดว่าส่งผลกระทบต่อธุรกิจไม่มาก เพียง 2-3% ของรายได้เท่านั้น ถือว่าอยู่ในระดับที่จัดการได้ โดยอาจมีการส่งผ่านต้นทุนในส่วนนี้ไปยังผู้บริโภคจากการปรับราคาขาย


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.